ข่าววันนี้มีตั้งแต่สายเคเบิลใต้ทะเลไปจนถึงแรงต้านเรื่องน้ำและไฟฟ้า อ่านแล้วชัดเลยว่า AI ไม่ได้มีแค่เรื่องโมเดล
1. Alex Loh ซีอีโอ SYMPHONY ชี้ AI ไทยต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลายชั้น
Alex Loh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SYMPHONY อธิบายว่าเบื้องหลังบริการ AI ต้องอาศัยศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์ประมวลผล และโครงข่ายเชื่อมต่อทำงานร่วมกัน โดยสายเคเบิลใต้ทะเลเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมจุดเชื่อมต่อและศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ ทั่วโลกมีสายเคเบิลใต้ทะเลมากกว่า 500 เส้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการรับส่งข้อมูลในอาเซียนเพิ่มขึ้นมาก โดยมีคลาวด์และคอนเทนต์เป็นแหล่งสำคัญ และ AI มีแนวโน้มเป็นตัวแปรถัดไป SYMPHONY วางอาเซียนเป็นตลาดหลัก โดยพัฒนาโครงข่ายภาคพื้นดินและสายเคเบิลใต้ทะเล พร้อมตั้ง PoP ในหลายประเทศ
ทำไมคนไทยควรสน: คนไทยควรสนใจเพราะความเร็วและความพร้อมของ AI ไม่ได้ขึ้นกับแอปที่เห็นบนหน้าจออย่างเดียว แต่ขึ้นกับโครงข่ายและศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมถึงกันด้วย
ที่มา: Techsauce
2. รัฐบาลไทยจับมือ Microsoft เปิดโครงการพัฒนาทักษะ AI ตั้งแต่โรงเรียนถึงตลาดแรงงาน
รัฐบาลไทยและ Microsoft เปิดตัวโครงการ “Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand” เพื่อพัฒนาทักษะ AI ตั้งแต่ในระบบการศึกษาไปจนถึงตลาดแรงงาน ระยะแรกดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงมิถุนายน 2570 โดยมุ่งพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษาที่ใกล้จบ บัณฑิต ผู้หางาน และคนที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ พร้อมเริ่มนำหลักสูตรและระบบรับรองทักษะ AI เข้าไปในการเรียนสายอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเตรียมสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ก่อนใช้ AI และพัฒนาครูให้พร้อมใช้เทคโนโลยีในการสอน ขณะที่ Microsoft ระบุใน Work Trend Index 2026 ว่าคนทำงานไทย 85% กังวลว่าจะตามไม่ทันหากไม่มีทักษะ AI และ 45% มองว่าการคิดเชิงวิพากษ์สำคัญต่อการทำงานร่วมกับ AI
ทำไมคนไทยควรสน: ส่วนตัวคิดว่าการเริ่มสอนตั้งแต่ในห้องเรียนสำคัญมาก เพราะใช้ AI เป็นอย่างเดียวไม่พอ คนไทยต้องรู้จักตรวจสอบคำตอบและตัดสินใจด้วยตัวเองด้วย
ที่มา: Brand Inside
3. Microsoft เสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจแก่พนักงานราว 60,000 คน
Microsoft เสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจแก่พนักงานราว 60,000 คนในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา และอินเดีย นับเป็นข้อเสนอที่ครอบคลุมพนักงานจำนวนมากที่สุดของบริษัท เพื่อช่วยลดต้นทุนดำเนินงานและคงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI บริษัทมีพนักงานราว 223,000 คน ณ วันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งน้อยกว่าตัวเลข 228,000 คนในปี 2025 อยู่ 5,000 คน พนักงานที่มีสิทธิ์ตัดสินใจได้ถึงเดือนธันวาคม และหากมีผู้รับข้อเสนอ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีพนักงานออกจากบริษัท 3,000 คน
ทำไมคนไทยควรสน: คนทำงานไทยควรจับตา เพราะข่าวนี้สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI อาจมาพร้อมการปรับขนาดกำลังคน แม้บริษัทจะไม่ได้ระบุว่าทุกตำแหน่งได้รับผลเหมือนกัน
ที่มา: The Verge
4. โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในแอริโซนาถูกต่อต้าน เหตุแย่งใช้น้ำและพลังงาน
โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่เสนอสร้างตั้งแต่ฟีนิกซ์ถึงทูซอนกำลังเผชิญเสียงต่อต้านจากชาวแอริโซนา เพราะต้องการน้ำ พลังงาน และที่ดินมากขึ้น ผู้พัฒนาเสนอว่าจะนำงาน รายได้ภาษี และโครงสร้างพื้นฐานมาให้ โดยขอใช้น้ำเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน การต่อต้านรวมกลุ่มเป็นขบวนการระดับรากหญ้าที่มีผู้สนับสนุนจากหลายฝ่ายการเมือง ต่างจากโรงงาน TSMC ในแอริโซนาที่ใช้น้ำจากระบบเทศบาลฟีนิกซ์เกือบ 5 ล้านแกลลอนต่อวัน และได้รับการต้อนรับจากผู้นำท้องถิ่น
ทำไมคนไทยควรสน: คนไทยควรสนใจ เพราะเรื่องนี้ชวนให้คิดว่าชุมชนควรได้มีส่วนตัดสินใจแค่ไหน เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้องใช้ทรัพยากรที่ทุกคนพึ่งพา
ที่มา: The Verge
5. Anthropic ยื่น S-1 เตรียมเข้าตลาด Nasdaq เผยตัวเลขธุรกิจ AI
Anthropic ยื่นเอกสาร S-1 เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq โดยมีการคาดการณ์ว่าหุ้นอาจเริ่มซื้อขายได้เร็วที่สุดในเดือนหน้า ด้วยมูลค่าบริษัทระหว่าง 1.5 ล้านล้านถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ Joey Brookhart นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ร่วมวิเคราะห์เอกสารที่มีรายละเอียดการเงินของบริษัท AI ระดับแนวหน้า และมองว่า Anthropic ขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรายได้ประจำต่อปีมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ บทสัมภาษณ์ยังชี้ว่าตัวเลขด้านอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรจากการประมวลผล และกระแสเงินสดอิสระเป็นจุดที่นักวิเคราะห์มองในแง่ดี แต่ภาพธุรกิจยังตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ทะเยอทะยานเกี่ยวกับอนาคตของ AI
ทำไมคนไทยควรสน: ส่วนตัวคิดว่าคนไทยควรสนใจ เพราะตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังประเมินทั้งโอกาสและต้นทุนของธุรกิจ AI ระดับแนวหน้าอย่างจริงจัง
ที่มา: The Verge