Digital Transformation

Google อาจใช้ข้อมูล Gmail และ Google Photos กำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล

Google ปรับนโยบายให้ข้อมูลจาก Gmail, Drive และ Google Photos อาจถูกใช้กำหนดโฆษณา เมื่อผู้ใช้เปิดให้บริการส่วนบุคคลเข้าถึงข้อมูล พร้อมมีตัวเลือกตัดการเชื่อมต่อหรือปิดคำแนะนำเฉพาะบุคคล

อ่าน 3 นาที
Google อาจใช้ข้อมูล Gmail และ Google Photos กำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล
โลโก้ Google · Wikimedia Commons

Google ปรับนโยบายความเป็นส่วนตัว โดยระบุว่าอาจใช้ข้อมูลจาก Gmail, Google Drive และ Google Photos เพื่อกำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล หากผู้ใช้เปิดให้บริการอื่นของ Google เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้คำตอบหรือคำแนะนำที่ตรงกับตนมากขึ้น การเชื่อมข้อมูลกับฟีเจอร์ AI ส่วนบุคคลจึงอาจมีผลต่อโฆษณาที่ผู้ใช้เห็น

Google ระบุว่าผู้ลงโฆษณาจะไม่เห็นข้อมูลจากบริการเหล่านี้โดยตรง และจะไม่มีโฆษณาจากหมวดอ่อนไหว เช่น สุขภาพ ศาสนา หรือรสนิยมทางเพศ ผู้ใช้เลือกตัดการเชื่อมต่อแอปจาก Personal Intelligence ของ Search หรือปิดคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้

Google ปรับเงื่อนไขการใช้ข้อมูลส่วนตัว

นโยบายเดิมระบุว่า Google จะไม่นำข้อมูลจาก Drive, Gmail หรือ Google Photos ไปใช้แสดงโฆษณาเฉพาะบุคคล แต่เงื่อนไขใหม่ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เปิดทางให้ใช้ข้อมูลได้ หากผู้ใช้อนุญาตให้บริการอื่นของ Google ที่รองรับโฆษณาเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้

Google อาจใช้ข้อมูล Gmail และ Google Photos กำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล
ภาพประกอบสร้างด้วย AI

ผู้ใช้ที่เชื่อม Drive, Gmail หรือ Google Photos กับ AI Mode และเครื่องมือ Search ผ่าน Personal Intelligence เพื่อให้ AI ใช้ข้อมูลประกอบคำตอบหรือคำแนะนำ อาจเห็นโฆษณาที่อิงเนื้อหาจากบริการเหล่านั้น ผู้ลงโฆษณาจะไม่ได้รับข้อมูลใน Drive, Gmail หรือ Photos รวมถึงข้อมูลระบุตัวตนอย่างชื่อและอีเมล Google ระบุว่าจะไม่มีโฆษณาจากหมวดอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สุขภาพ หรือรสนิยมทางเพศ

ผู้ใช้ในไทยเลือกตัดการเชื่อมต่อแอปที่ต้องการจาก Personal Intelligence ของ Search หรือปิด Personalized Recommendations ได้ในการตั้งค่า Search Services Personalization

ข้อมูลอาจช่วยกำหนดโฆษณา แต่ผู้ลงโฆษณาไม่ได้เห็นข้อมูลดิบ

เมื่อผู้ใช้เชื่อม Drive, Gmail หรือ Google Photos กับ Personal Intelligence ของ Google Search ระบบอาจใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาตเพื่อปรับเนื้อหา รวมถึงโฆษณาให้ตรงกับความสนใจมากขึ้น แต่ผู้ลงโฆษณาจะไม่ได้เห็นข้อมูลดิบจากบริการเหล่านี้

Google ระบุว่าผู้ลงโฆษณาจะไม่ได้รับข้อมูลจาก Drive, Gmail และ Photos หรือข้อมูลระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อและอีเมล และจะไม่มีโฆษณาที่อิงหมวดอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ รสนิยมทางเพศ ศาสนา หรือสุขภาพ

ตัวอย่างจาก Google คือ ผู้ที่ค้นหา “mountain bikes” ใน Search อาจเห็นโฆษณาอุปกรณ์กีฬาใน YouTube ผู้ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อแอปจาก Personal Intelligence ของ Search หรือปิด Personalized Recommendations ได้ในการตั้งค่า Search Services Personalization

ผู้ใช้เลือกปิดการเชื่อมต่อได้

ผู้ใช้เลือกตัดแอปบางรายการ เช่น Gmail หรือ Google Photos ออกจาก Personal Intelligence ของ Search ได้ ข้อมูลจากบริการที่เชื่อมต่ออาจช่วยให้ Search ตอบคำถามหรือให้คำแนะนำได้ตรงกับผู้ใช้มากขึ้น และอาจถูกนำไปปรับโฆษณาด้วย

Google อาจใช้ข้อมูล Gmail และ Google Photos กำหนดโฆษณาเฉพาะบุคคล
ภาพประกอบสร้างด้วย AI

หากไม่ต้องการให้ข้อมูลจากแอปที่เชื่อมต่อถูกใช้เพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้ใช้ปิด Personalized Recommendations ทั้งหมดได้ที่หน้า Search Services Personalization settings

แปลว่าอะไรสำหรับคนไทย

ก่อนเชื่อม Gmail หรือ Google Photos กับฟีเจอร์ส่วนบุคคล ผู้ใช้ควรตรวจสอบการตั้งค่าและพิจารณาว่าต้องการให้ระบบใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับคำแนะนำหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจมีผลต่อโฆษณาที่เห็น

ผู้ใช้เลือกตัดการเชื่อมต่อบางบริการหรือปิดคำแนะนำได้ การตรวจสอบการตั้งค่าเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจำกัดการใช้ข้อมูลจากอีเมลและภาพถ่าย