Meta นำเสนอเอเจนต์ AI Muse ว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า OpenClaw ส่วน OpenAI เปิดตัว Dots โดยชูว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า Muse พร้อมตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเป็นส่วนตัวสำหรับ AI ขั้นสูง
เอเจนต์ต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำงาน แต่ Meta ยังเข้าถึงข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่จัดเก็บไว้ได้ และตั้งค่าให้ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลเป็นค่าเริ่มต้น แม้ผู้ใช้จะเลือกไม่อนุญาตได้ นักวิจัยยังพบช่องโหว่แบบ zero-day ที่อาจเปิดทางให้ควบคุม Muse ซึ่ง Meta แก้ไขแล้ว ส่วน Dots ยังมีผู้ใช้ไม่มาก คำกล่าวอ้างด้านความเป็นส่วนตัวจึงต้องพิสูจน์ผ่านการใช้งานจริง
เอเจนต์ AI แข่งขันกันด้วยคำมั่นเรื่องข้อมูล
เอเจนต์ AI ต้องใช้ข้อมูลจากผู้ใช้เพื่อทำงานได้มากขึ้น ผู้พัฒนาจึงชูความเป็นส่วนตัวเป็นจุดขาย Meta วาง Muse เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า OpenClaw และ Mark Zuckerberg ระบุว่าออกแบบ Muse โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
Meta ระบุว่าจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้แยกไว้ในคอมพิวเตอร์เสมือนที่ปลอดภัย แต่บริษัทยังเข้าถึงข้อมูลได้ Muse ยังตั้งค่าให้ใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนฝึกโมเดลเป็นค่าเริ่มต้น แม้ผู้ใช้จะเลือกปิดได้ นักวิจัยด้านความปลอดภัยเคยพบช่องโหว่ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีควบคุม Muse ก่อนที่ Meta จะแก้ไข
OpenAI เปิดตัว Dots โดยนำเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า Muse และตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเป็นส่วนตัวสำหรับ AI ขั้นสูง บริษัทยังเสนอการควบคุมข้อมูลที่เข้มงวดขึ้นและตัวเลือกไม่เก็บข้อมูลสำหรับลูกค้าองค์กร
Muse แยกข้อมูล แต่ยังมีความเสี่ยง
Meta ระบุว่าข้อมูลผู้ใช้ Muse เก็บไว้ใน VM ซึ่งแยกจากผู้ใช้อื่น Mark Zuckerberg อธิบายว่าเป็นคอมพิวเตอร์ Linux แยกส่วน มีเบราว์เซอร์ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แต่ Meta ยังเข้าถึงข้อมูลใน VM ได้ บริษัทวางแผนเพิ่มวิธีป้องกันและการยืนยันทางคริปโทกราฟี เพื่อป้องกันและพิสูจน์ว่า Meta เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ภายในปีนี้
คำมั่นด้านความปลอดภัยถูกตั้งคำถาม เมื่อนักวิจัยพบช่องโหว่แบบ zero-day ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีควบคุม Muse ได้ Meta แก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว ส่วน 404 Media รายงานว่ามีปัญหาความปลอดภัยร้ายแรงหลายรายการเกิดขึ้นก่อนเปิดตัว โดยหนึ่งในนั้นอาจทำให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลภายในของ Meta ได้
Muse ตั้งค่าให้ Meta ใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนฝึกโมเดลเป็นค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้เลือกไม่เข้าร่วมได้ มีรายงานว่า Muse อ่านและอัปโหลดข้อความส่วนตัวของผู้ใช้รายหนึ่ง และเสนอที่อยู่ของยูทูบเบอร์ให้คนแปลกหน้าผ่าน Marketplace ระบบทำงานตามที่ออกแบบไว้ แต่ผู้ใช้ไม่รู้ว่าการเข้าถึงข้อมูลจะครอบคลุมแค่ไหน
OpenAI ชูเครื่องมือควบคุมใน Dots
ที่งาน DevDay แซม อัลต์แมนสาธิตการตั้งกฎให้ Dots ควบคุมการทำงานของเอเจนต์ เช่น ห้ามซื้อสินค้าที่ราคาเกินวงเงินที่กำหนด OpenAI ใช้ตัวอย่างนี้ประกอบคำมั่นว่าจะพัฒนาเอเจนต์ที่ผู้ใช้ควบคุมได้ พร้อมเสนอกรอบให้ลูกค้าองค์กรควบคุมข้อมูลได้เข้มงวดขึ้น และมีตัวเลือกไม่เก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท
Dots ยังมีกรณีปัญหาความเป็นส่วนตัวไม่มาก และเปิดให้ใช้เฉพาะแพ็กเกจ ChatGPT ที่ราคาเริ่มต้น 100 ดอลลาร์ขึ้นไป จึงอาจมีผู้ใช้น้อยกว่าเอเจนต์ที่เข้าถึงได้กว้างกว่า
ก่อนฝากงานให้ AI ควรดูขอบเขตข้อมูล
เอเจนต์ AI อาจต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำงานให้สำเร็จ แต่ผู้ใช้ควรรู้ว่าข้อมูลถูกเก็บ ใช้ หรือเข้าถึงได้อย่างไร Allison Johnson ผู้เขียน The Verge เล่าว่ารู้สึกไม่สบายใจเมื่อ Muse ขอข้อมูลธนาคารระหว่างทำงานที่เกี่ยวข้อง แม้แพลตฟอร์มจะเชื่อมต่อกับ Stripe เพื่อจัดการเรื่องดังกล่าว
กรณีของ Instinct ก็สะท้อนประเด็นนี้ หลังถูกวิจารณ์ว่าเงื่อนไขบริการเปิดทางให้เข้าถึงข้อมูลได้กว้างขวาง ต่อมาบริษัทดูเหมือนปรับเงื่อนไขแล้ว ขณะที่ผู้พัฒนาเอเจนต์ต่างใช้ประโยชน์ใช้สอย รูปลักษณ์ที่เป็นมิตร และคำมั่นเรื่องความเป็นส่วนตัวเพื่อดึงดูดผู้ใช้
ก่อนมอบหมายงานให้เอเจนต์ ควรตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบริษัทถูกเก็บหรือนำไปใช้อย่างไร รวมถึงใครเข้าถึงข้อมูลได้
แปลว่าอะไรสำหรับคนไทย
คนทำงานไทยอาจเริ่มทดลองเอเจนต์ด้วยข้อมูลที่ไม่อ่อนไหว ก่อนป้อนข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลลูกค้า หรือเอกสารบริษัท ควรตรวจสอบว่าระบบเก็บข้อมูลที่ส่งเข้าไปหรือไม่ เก็บไว้นานแค่ไหน และนำไปใช้ฝึกโมเดลหรือไม่ หากยังตอบเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลจริงกับงานนั้น
การตั้งกติกาให้เอเจนต์ เช่น ให้สรุปเอกสารหรือจัดการงานบางขั้นตอน ช่วยจำกัดขอบเขตได้ แต่ควรตรวจด้วยว่าเอเจนต์ต้องเข้าถึงข้อมูลใดบ้าง และไม่เปิดสิทธิ์เกินจำเป็น อาจเริ่มจากข้อมูลจำลองและงานที่ตรวจผลได้ ก่อนขยายไปสู่งานจริง